โดยธรรมชาติแล้วคนเราจะเริ่มเกิดมาพร้อมกับฟันที่ขาวสะอาด เป็นมันวาว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฟันที่เคยขาวสะอาดกลับกลายเป็นทื่อด้าน ม่มีประกาย ลองมาดูกันว่ามีสาเหตุอะไราบ้างที่ทำให้สีของฟันเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
1. อายุ – สีของฟันมีความเกี่ยวข้องกับอายุโดยตรง ยิ่งอายุมากสีฟันก็จะยิ่งหม่นลง ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมสภาพและการสะสมของคราบ ในวัยรุ่นมักจะพบว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีจากการฟอกฟันขาว ได้มากกว่า ในขณะที่ยิ่งอายุมากยิ่งขึ้น เช่น 40-50 ปี ก็ยิ่งกำจัดคราบออกได้ยากยิ่งขึ้น อาจต้องใช้ความพยายามในการฟอกสีฟันมากกว่าปกติถึงจะกำจัดคราบออกได้
2. สีของฟันตั้งต้น – คนเราเกิดมามีสีของฟันไม่เหมือนกัน บางคนสีเหลืองอมน้ำตาล บางคนสีเทาอมเขียว การฟอกสีฟันก็ให้ผลที่ไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปคนที่สีฟันเหลืองอมน้ำตาลจะทำการฟอกฟันขาวแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
3. ความบางของฟัน – มักจะเกี่ยวข้องกับอายุ โดยฟันที่หนา ไม่โปร่งแสง จะมีสีสว่างกว่า มีประกายกว่า เมื่อทำการฟอกฟันขาวแล้วจะได้ผลที่ดีกว่าคนที่ฟันบางและโปร่งแสง ซึ่งมักจะเป็นกับฟันหน้า ในทางการแพทย์แล้ว การโปร่งแสงของฟันไม่สามารถใช้วิธีการฟอกสีฟันใดๆมารักษาได้
4. นิสัยการบริโภค – คนที่ชอบดื่ม ไวน์แดง กาแฟ น้ำชา โคล่า แครอท ส้ม และเครื่องดื่มหรืออาหารที่มีสีเข้มจะมีการสะสมของคราบได้มากกว่า ในขณะที่อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสภาพเป็นกรด เช่น มะนาว จะมีผลต่อการกัดกร่อนสารเคลือบฟัน ซึ่งทำให้ผิวฟันโปร่งแสงมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มองเห็นเนื้อของฟัน (dentin ) ซึ่งมีสีเหลือง
5. นิสัยการสูบบุหรี่ – สารนิโคตินจะทำให้ฟันมีสีอมน้ำตาล ซึ่งจะสะสมเข้าไปในเนื้อฟันมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดสีที่ฝังอยู่ในเนื้อฟัน ซึ่งกำจัดออกได้ยาก
6. ยา หรือสารเคมี – การใช้ยาหรือสารเคมีบางอย่าง เช่น การใช้ตัวยา tetracycline ในช่วงที่ฟันกำลังจัดตัวอยู่ จะทำให้เกิดคราบเป็นแถบสีเทาหรือน้ำตาลเข้ม ซึ่งกำจัดออกได้ยากมาก
7. การขบกัดของฟัน – บ่อยครั้งที่เกิดจากความเครียด การขบกัดฟันจะทำให้เกิดรอยแตกที่ฟัน ส่งผลให้บริเวณนั้นมีสีเข้มขึ้น
8. การบาดเจ็บ – การหกล้มหรือบาดเจ็บอื่นๆ สามารถทำให้เกิดรอยแตกที่ฟัน ซึ่งจะทำให้เกิดการสะสมของคราบขึ้นได้